ก้าวสำคัญด้านยานยนต์: นาย อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย (ซ้าย) พร้อม นาย คริส แทชเชอร์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย (ขวา) ณ สภาหอการค้าอังกฤษ

กรุงเทพฯ (09 ตุลาคม 2561) นิสสันแสดงวิสัยทัศน์ด้านยานยนต์แห่งอนาคตของประเทศไทยให้แก่สมาชิกจากสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย กว่า 50 ท่านได้รับฟัง

ภายในงาน นาย อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ นวัตกรรมทางเทคโนยีที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า

“สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่นรถยนต์ต้องเป็นมากกว่ายานพาหนะ ไม่เป็นเพียงแค่สิ่งที่จะนำพาผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่มันกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ เทคโนโลยียังจะเป็นตัวขับเคลื่อนผู้ใช้รถยุคใหม่เพื่อไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารในระหว่างเดินทาง” นายอันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “สังคมไทยมีอัตราการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียที่สูง จากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าในทุกๆวันคนไทยใช้เวลาไปกับการท่องโลกออนไลน์ถึง 9.38 ชั่วโมง โดยมีการใช้เวลาในโซเชียลมีเดียเฉลี่ย 3.10 ชั่วโมง”

ดัทสัน คือจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์อันยาวนานของนิสสันเมื่อ 85 ปีที่ผ่านมา จากรถยนต์รุ่นแรก ต่อด้วยรถรุ่นต่างๆที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก จนทำให้นิสสันยังคงยืนหยัดในการรังสรรค์และนำเสนอสิ่งต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ปัจจุบันมีความคาดหวังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติโปรไพลอต ProPILOT  ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้รถยนต์แล่นอยู่กลางช่องจราจร ช่วยนำทางระหว่างขับขี่ขณะอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณจราจร รักษาระดับความเร็วของรถยนต์ และระยะห่างระหว่างรถคันหน้าที่ผ่านการทดสอบและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย

นอกจากนี้ เทคโนโลยีเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนิสสันที่มีต่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบการขับเคลื่อน การขับขี่ และการผสานเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่งเดียวกับสังคมในอนาคต รวมถึงการวางรากฐานให้กับการใช้งานรถยนต์แบบไร้คนขับในอนาคต

ภายในงาน นายอันตวนยังได้หยิบยกเทคโนโลยีอันก้าวล้ำแห่งอนาคตที่น่าจับตามองอย่าง
เทคโนโลยี B2V (Brain-to-Vehicle) รถยนต์ที่สามารถวิเคราะห์และอ่านคลื่นสมองของผู้ขับขี่อันจะเสริมสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ให้เพลิดเพลินมากขึ้น

นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent-Mobility) เป็นแนวคิดที่ประกอบไปด้วยสามเรื่องหลัก คือ เทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ(Intelligent Integration) โดยทั้งหมดได้รวมอยู่ในรถยนต์ของนิสสันเพื่อเชื่อมต่อรถยนต์ ผู้ขับขี่ และสังคม

โดยฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้จะถูกพบในรถยนต์นิสสันรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์รุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ ที่มีแผนจะวางจำหน่ายภายในปีงบประมาณนี้

“ที่นิสสันเราเชื่อมั่นว่าอนาคตของการขับขี่จะเต็มไปด้วยความปลอดภัย เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ที่สนุกสนานและเร้าใจผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลาย รวมไปถึงการขับขี่ด้วยพลังงานไฟ้ฟ้า การเชื่อมต่อ และการขับขี่แบบไร้คนขับ คือโลกแห่งอนาคตของยานยนต์ไทย” นายอันตวนส่งท้าย

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์  นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่   สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง   มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 190 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น  ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์  รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน  รถกระบะ และรถตู้  

 

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.77 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.9 ล้านล้านเยน ในวันที่ 1 เมษายน 2560 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.OV.E. to 2022 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจ 6 ปีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ 30% เป็นมูลค่า 16.5 ล้านล้านเยน เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2565 โดยมีกระแสเงินสดสะสมจำนวน 2.5 ล้านล้านเยน ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559  ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.6 ล้านคันในปี 2560

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter , LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube