กรุงเทพมหานคร (7 พฤษภาคม 2562) – นิสสัน มีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนปากน้ำปราณ โดยนำของเหลือใช้ในชุมชน ผ่านกระบวนความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่กลายเป็นผลิตภัณฑ์มีมูลค่า ภายใต้โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ”

นิสสันร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 60 คน ทำงานร่วมกับชุมชนในการพัฒนา และนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขายอันก่อให้เกิดรายได้จากของเหลือใช้ในท้องถิ่น

“นิสสัน มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาทุกคนได้แรงบันดาลใจจากโครงการฯ นำความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ ในการนำของเหลือใช้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มีความสวยงาม แปลกใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถวางจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างแน่นอน” ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว “เชื่อว่าการเรียนรู้จากโครงการนี้ จะทำให้นักศึกษาท้าทายความสามารถในสถานการณ์จริง ให้สร้างสรรค์ผลงานที่มีโดดเด่น และมีความแตกต่าง อีกทั้งได้รับประสบการณ์ในการทำงานสำหรับอาชีพที่ทุกคนเลือกในอนาคต”

ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ประกอบไปด้วย กระถางต้นไม้ที่ย่อยสลายได้เอง ทำจากไบโอพลาสติกและวัสดุจากธรรมชาติ เช่น กะลามะพร้าวและใบสนแห้ง แจกันทำจากขวดแก้วเหลือใช้และเชือก กระเป๋าอีโคถักด้วยเชือกหรือหนัง รองเท้า “รี-ปราณ' ทำจากของเหลือใช้และเชือกที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล กระเป๋าถือ “โคเชลล์” ทำจากกะลามะพร้าวและเชือกหรือตาข่าย โคมไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของแมงกะพรุน ทำจากอวนตาข่ายที่ไม่ใช้แล้ว

หัวหน้าและที่ปรึกษาโครงการอย่าง อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า นักศึกษาต้องเผชิญกับปัจจัยหลายอย่าง เมื่อต้องมารับมือกับความท้าทายในสถานการณ์จริงภายใต้โครงการนี้

“นักศึกษาต้องตรวจสอบรายการวัสดุเหลือใช้ในชุมชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสองประการ คือ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ ในขณะที่ ต้องลดปริมาณของเหลือใช้ ทำให้พวกเขาสามารถประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์ จากนั้นจึงนำเสนอและถ่ายทอดวิธีการผลิตสิ่งของเหล่านี้ให้กับชาวบ้านในชุมชน” อาจารย์จารุพัชร กล่าว

วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่สวยงาม (upcycle) นั้นเก็บมาจากบริเวณรอบๆ ชุมชนปากน้ำปราณ ซึ่งรวมถึงอวนตาข่าย ขวดแก้ว ถุงพลาสติก และวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบสน และกะลามะพร้าว

นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใครผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ในโครงการนี้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกด้วย

นางสาววรรณอนงค์ เต็มวัฒนางกูร นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานในโครงการนี้ กล่าวว่า “ดิฉันได้รับความรู้มากมายจากโครงการนี้ ตั้งแต่วิธีการจำแนกและแยกประเภทของเหลือใช้เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ มีความท้าทายมากมายระหว่างทาง ด้วยคำแนะนำจากอาจารย์จารุพัชร ทำให้เราสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมได้ นี่เป็นบทเรียนอันมีค่าที่ดิฉันมั่นใจว่าเราอาจไม่สามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้จากที่อื่นแล้ว”

นางสาวพิมพลอย ทรัพย์เจริญ นักศึกษาอีกหนึ่งคนเห็นด้วยว่า “โครงการนี้สอนให้ดิฉันมีความเสียสละและนึกถึงผู้อื่นก่อนตนเอง ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินรอยตามศาสตร์พระราชาและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระมหากษัตริย์ไทย ดิฉันรู้สึกมีความสุขมากที่สามารถช่วยเหลือผู้คนในชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการผลิตซ้ำและช่วยให้พวกเขาสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้เสริม ดิฉันรู้สึกขอบคุณมากที่ได้รับโอกาสนี้”

ชาวบ้านชุมชนปากน้ำปราณต่างประทับใจกับโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” ของนิสสัน และความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา “ผมรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นนักศึกษาเหล่านี้รู้จักวิธีการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ นักศึกษาใช้ความคิดและมีความพยายามอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด” นายสมเดช นาคดี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านคลองเก่า กล่าว “ผมรู้สึกตื้นตันใจที่ได้เห็นนักศึกษาที่มีความสามารถจำนวนมาก อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะช่วยเหลือคนในชุมชนของเราในการสร้างรายได้เสริม”

อาจารย์จารุพัชร ได้กล่าวขอบคุณนิสสัน ประเทศไทย สำหรับการสนับสนุนและโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นปีที่สอง ภายใต้โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักศึกษามีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนและเรียนรู้การทำงานเป็นทีมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น ”กิจกรรมนี้ยังสอนให้พวกเขาเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของวัสดุที่เหลือใช้ ดิฉันมั่นใจว่าหลังจากโครงงานนี้ นักศึกษาจะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

สำหรับนิสสัน โครงการฯ นี้ประกอบไปด้วยสามสิ่งสำคัญ ได้แก่ ชุมชน การทำงานร่วมกัน และการอนุรักษ์    ปีเตอร์ แกลลี ได้กล่าวเสริมไว้เพิ่มเติมว่า “นิสสัน หวังว่าโครงการเล็กๆ นี้จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศไทยในการสร้างโครงการจากท้องถิ่นที่ช่วยลดของเหลือใช้ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสในการหารายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนสำหรับพวกเขา”

ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารของโครงการนี้ ผ่านทางเฟซบุคเพจ “แค่ใจก็เพียงพอ”

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 180 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์  รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน  รถกระบะ และรถตู้  

 

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.77 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.9 ล้านล้านเยน ในวันที่ 1 เมษายน 2560 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.O.V.E. to 2022 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจ 6 ปีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ 30% เป็นมูลค่า 16.5 ล้านล้านเยน เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2565 โดยมีกระแสเงินสดสะสมจำนวน 2.5 ล้านล้านเยน ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559  ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.76 ล้านคันในปี 2561

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter , LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube