นิสสัน เปิดตัว จีที-อาร์ เจ้าของตำนานซูเปอร์สปอร์ตคาร์ อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกสำหรับประเทศไทย  ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

กรุงเทพฯ (16 มีนาคม 2561) – นิสสัน จีที-อาร์ เจ้าของตำนานรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

การเปิดตัว จีที-อาร์ ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ (Innovation That Excites) ของนิสสันมาสู่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอีกครั้ง “ผมรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ 

นิสสัน  จีที-อาร์ ที่โดดเด่นและมีสมรรถนะสูงมาสู่ตลาด เพื่อถือเป็นความมุ่งมั่นในการมอบนวัตกรรมและความตื่นเต้นให้กับทุกคน จีที-อาร์ ใหม่นี้เป็นรถซูเปอร์สปอร์ตที่ก้าวล้ำและก้าวหน้าที่สุดที่นิสสันเคยได้ผลิตมา” มร.อันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“เรายังคงมุ่งมั่นในการนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดมอบให้กับลูกค้าชาวไทยด้วยรถยนต์ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ตั้งแต่อีโค คาร์ ไปจนถึงนาวาราที่มีชื่อเสียง รถเอสยูวีที่ขายดีที่สุดในโลกอย่างเอ็กซ์เทรล จนไปถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะคันแรกอย่าง ลีฟ” มร. อันตวนกล่าวเสริมว่า นี่เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนิสสันเพื่อนำยานยนต์ที่ดีที่สุด พร้อมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม มาสู่ประเทศไทยในช่วงเวลาที่เหมาะสม

จีที-อาร์ ใหม่สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบ “การปฏิวัติทุกการเคลื่อนที่ (‘Revolution in Motion)” ของ
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 อย่างสมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมยานยนต์ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความสะดวกสบายในการใช้งานของยานยนต์

เรายังคงมุ่งมั่นถึงการสร้างความมั่นใจด้วยการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและเพิ่มนวัตกรรมภายใต้คอนเซ็ป การขับเคลื่อนอัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) มาสู่รถยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย” มร. อันตวนเสริม

นอกเหนือจากนี้ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ยังนำ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าไร้มลพิษ ที่ขายดีที่สุดในโลก ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 340,000 คัน (นับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2553) มาร่วมแสดงในงาน นิสสัน ลีฟ ใหม่กำลังจะเข้ามาสู่ตลาดในประเทศไทย

 

 

ด้วยการออกแบบภายนอกที่เผยให้เห็นถึงรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายและ “กลิ่นอายของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หรือ Cool Tech Attitude” พร้อมด้วยการออกแบบภายในที่มีความหรูหราแต่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย ผ่อนคลาย และทันสมัย นิสสัน ลีฟ ใหม่ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (electric powertrain) และเทคโนโลยี e-Pedal ที่เป็นส่วนหนึ่งของ การขับเคลื่อนอัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)

ผู้เข้าชมงานยังจะพบรถยนต์ยอดนิยมของนิสสันรุ่นอื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2018 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ อย่าง กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ 

Around View Monitor (AVM) และถุงลมนิรภัย 7 จุดที่สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่อย่างสูงสุด

นิสสัน เอ็กซ์เทรล รถเอสยูวีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังให้การควบคุมที่แม่นยำและมอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นิสสัน เทียนาที่มาพร้อมความหรูหรากับการออกแบบที่สวยงามเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพื้นที่และที่นั่งในห้องโดยสารที่กว้างขวาง

นอกจากนี้ นิสสัน ซิลฟี รถซีดานสปอร์ตที่ออกแบบหรูหรา พร้อมมอบความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้เป็นเจ้าของ สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์แบบซิตี้คาร์ นิสสัน โน๊ต นิสสัน อัลเมรา หรือ นิสสัน มาร์ช ซึ่งนอกจากความ

GTR

โดดเด่นของรูปลักษณ์ ยังให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองรวมถึงเดินทางไปนอกเมืองเพื่อการพักผ่อน โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยต่างๆ ครบครัน

“ซึ่งทางเรามีความตื่นเต้นกับการเปิดตัว จีที-อาร์ และการจัดแสดงรถรุ่นยอดนิยมของนิสสันในครั้งนี้ และผมขอเรียนเชิญทุกท่านมาเยี่ยมชมบูธของเรา ซึ่งไม่เพียงจะสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ หรือInnovation That Excites แต่จะยังได้รู้จักรถยนต์นิสสันหลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย” มร. อันตวนกล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสัมผัสรถยนต์นิสสันทุกร่น นัดหมายเพื่อทดสอบขับขี่ รวมถึงขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 หรือ ติดต่อ นิสสัน Call Center ได้ที่หมายเลข 02 401 9600 และสามารถเยี่ยมชม เฟสบุ๊ค หรือ เว็บไซต์ ของนิสสัน ประเทศไทย

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์  นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่   สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง   มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 190 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น  ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์  รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน  รถกระบะ และรถตู้  

 

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2559 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.63 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.72 ล้านล้านเยน สำหรับในปีงบประมาณ 2560  นิสสันเริ่มดำเนินแผนงาน นิสสัน เอ็ม โอ วี อี (M.O.V.E.) มุ่งสู่ปี 2565 โดยภายใน 6 ปีวางแผนที่จะเพิ่มรายได้ประจำปีให้สูงขึ้น 30% หรือคิดเป็น 16.5 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยให้เกิดเงินสดไหลเวียนที่ 2.5 ล้านล้านเยน นอกเหนือจาก นิสสัน เอ็ม โอ วี อี (M.O.V.E.) มุ่งสู่ปี 2565 นิสสันยังมีแผนในการขยายความเป็นผู้นำในเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้า  โดยมี นิสสัน ลีฟ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันมีพนักงานทั่วโลกจำนวน 247,500 คน ทั้งยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้พันธมิตร เรโนลต์นิสสัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ในปี พ.ศ. 2559 นิสสันได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิ จนได้เข้าร่วมพันธมิตรเป็นสมาชิกรายที่สาม ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันสูงระดับ 10 ล้านคันต่อปี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และการขนส่งเพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง nissan-global.com หรือ asia.nissannews.com, Facebook, Instagram, Twitter และ Linkedin พร้อมรับชมวีดีโอล่าสุดได้ที่ YouTube